วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561

เลือก Host Family ที่ใช่ (1)


https://cdn1.vectorstock.com/i/thumb-large/29/25/mother-and-father-with-children-happy-family-vector-9922925.jpg

          มีคนบอกว่าการเลือกโฮสต์แฟมิลี่ก็เหมือนกับการเลือกแฟน ไม่มีใครperfect สมบูรณ์แบบ บางอย่างดี-บางอย่างไม่ค่อยดี แต่เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพราะเราจะต้องอยู่กับเค้าไปอย่างน้อยก็ 1 ปี คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนโฮสต์ (rematch) บ่อยๆ หรอก นอกจากเราจะต้องพิจารณาหลายๆ ปัจจัยแล้ว เราต้องคุยกับโฮสต์ให้เคลียร์ทุกอย่าง (อย่าคิดเองเด็ดขาด)

ปัจจัยต่างๆ ที่ควรพิจารณาก่อนแมตช์ (match) กับโฮสต์

1. ปัจจัยเกี่ยวกับเด็ก (Host kids) : จำนวนเด็ก อายุเด็ก เพศของเด็ก เด็กพิเศษ
          ข้อนี้คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดเลย คือเราต้องรู้ว่าเรามีความสามารถ/ประสบการณ์ขนาดไหน สามารถรับมือกับเด็กวัยนี้ จำนวนนี้ได้หรือไม่

👶เด็กทารก : โฮสท์บางคนที่เพิ่งมีลูกคนแรกจะต้องการออแพร์ที่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กทารก (Infant qualified: IQ) มาก่อนเท่านั้น มีคนบอกว่า ฺ"Baby is sweet, but hard" การเลี้ยงเด็กทารกเป็นอะไรที่น่ารักกกก เวลากิน เวลายิ้ม บางครั้งก็ทำอะไรตลกๆ ไร้เดียงสาน่าเอ็นดู การได้เลี้ยงทารกจะให้ประสบการณ์ความเป็นแม่คนเต็มเปี่ยม เราจะรู้สึกผูกพันธ์กับเด็กมากๆ เพราะเราดูแลเขาตั้งแต่เค้ายังทำอะไรไม่ได้ แล้วคอยเฝ้ามองพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเขาในแต่ละวัน (T^T น้ำตาปริ่มมมม) 
          แต่เพราะทารกพูดไม่ได้ เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเขาต้องการอะไร ที่ทำได้คือการร้องไห้ ดังนั้นออแพร์จะต้องเป็นคนที่ใจเย็นมากๆ และเพราะเขายังเล็ก จึงต้องการการทะนุถนอม ความใส่ใจในรายละเอียดมากๆ การเลี้ยงเด็กทารกอาจดูเหมือนมีหน้าที่แค่ ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม แต่จริงๆ งานจุกจิกกว่านั้นมาก และเราต้องเติบโตไปกับเขาด้วย เพราะทารกจะเปลี่ยนไปทุกเดือน เราต้องปรับการดูแลให้เข้ากับพัฒนาการแต่ละช่วงของทารก ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือ ออแพร์อาจจะเบื่อเพราะไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ทำร่วมกับทารกได้มากนัก อาจจะต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ อย่างมากคือพาใส่stroller ไปเดินเล่น ไปฟังนิทาน/ร้องเพลงที่ห้องสมุด พาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น baby gym พาไป mommy & me class หรือ play date กับเด็กทารกด้วยกัน เป็นต้น

👧เด็กวัยก่อนเรียน (Toddler-preschool)  : เด็กช่วงนี้ประมาณเด็กเตรียมอนุบาล – วัยอนุบาล น่ารัก ช่างพูดช่างเจรจา พลังงานเยอะมาก วิ่งไปมาไม่หยุด อยากรู้อยากลอง ซนมาก เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง บางครั้งเลยเอาแต่ใจและเลือกกิน และเป็นวัยชอบเลียนแบบ ข้อดีคือ เด็กจะชวนเราพูดตลอดวัน บางครั้งก็สอนภาษาอังกฤษเราไปในตัวด้วย จะมีกิจกรรมสนุกๆทำร่วมกับออแพร์เยอะกว่าเด็กทารก บางบ้านพาไปเที่ยวสวนสนุก Disneyland บ่อยมาก บางบ้านก็จะเริ่มให้ลูกไป daycare หรือ pre-kindergarten ประมาณอายุ 18 เดือน หลังจากนี้เด็กก็จะเริ่มเข้าโรงเรียน แต่บางบ้านก็เป็น home school ให้ลูกเรียนที่บ้าน เด็กวัยนี้จะเห็นเราเป็น best friend ของเขา จะติดเรามาก ชวนเล่นด้วยตลอดเพราะพ่อแม่ไม่ว่าง แต่บางครั้งเด็กก็สามารถเล่นคนเดียวได้ หรือเล่นกับเพื่อนๆ ไม่ต้องดูแลตลอดเวลาเหมือนเด็กทารก 
          ข้อเสียคือ เพราะเด็กวัยนี้พลังเยอะ พูดเก่ง หรือติดออแพร์มากเกินไป ออแพร์หมดพลังได้เลย และว่ากันว่า 2 ขวบคือวัยที่ยากที่สุด เรียกว่า terrible two จะเอาแต่ใจมาก ถ้าต้องเลี้ยง terrible two หลายคนด้วยคงวุ่นวายมาก แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ทั้งหมด บางบ้านโฮสต์ก็อบรมลูกมาดี ทำให้เลี้ยงง่าย เคารพเชื่อฟังออแพร์ แล้วก็เด็กวัยนี้พูดเยอะ ระวังเด็กจะเลียนแบบสิ่งที่ไม่ได้ ระวังทำอะไรแล้วเด็กเอาไปฟ้องพ่อแม่ แล้วก็ต้องระวังอุบัติเหตุมากๆด้วย เผลอไม่ได้ ไวเหลือเกิน

👦เด็กวัยเรียน : เด็กรู้เรื่องมากขึ้น ออแพร์จะหลอกล่อเหมือนเด็กtoddlerไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นเด็กดีหรือรู้จักช่วยเหลือตัวเองอยู่แล้วก็จะสบายหน่อย ถ้าร้ายกาจก็ทำออแพร์เหนื่อยใจสุดๆ เช่น โกหกพ่อแม่ว่าออแพร์ทำร้าย แต่ข้อดีคือ เด็กไปโรงเรียนแล้ว 
         หน้าที่หลักๆ ของออแพร์ส่วนใหญ่คือ การเตรียมตัวและแพ็คของให้เด็กก่อนไปโรงเรียน ขับรถไปรับ-ส่งโรงเรียนและคลาสต่างๆ อาจช่วยสอนการบ้าน และดูแลตอนเย็นจนกระทั่งเข้านอน ออแพร์ส่วนใหญ่จะมีเวลาว่างช่วงระหว่างวัน สามารถไปเรียนหรือทำอะไรที่ต้องการได้ และถ้าเด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับออแพร์จะช่วยให้ภาษาอังกฤษของออแพร์พัฒนาได้มาก

👱เด็กวัยรุ่น : ส่วนใหญ่เด็กวัยรุ่นจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบความเป็นส่วนตัวและติดเพื่อน จะไม่ค่อยมายุ่งวุ่นวายอะไรกับออแพร์มาก บางบ้านคือเด็กไปอยู่หอพักไม่ได้กลับบ้าน เด็กอาจจะไม่ต้องการการดูแลเลย หรืออย่างมากก็คือต้องซักผ้าให้ เตรียมอาหาร และขับรถพาไปส่งโรงเรียน เป็นต้น

👭เด็กแฝด : ต้องดูว่าอายุของเด็เท่าไร ก็จะดูแลตามวัยอย่างที่กล่าวข้างต้นเลย แค่งานจะคูณสองเท่า (twins)หรือสามเท่า (triplet) เช่น ซักผ้า ทำอาหาร ฯลฯ 
         เคยถามเพื่อนออแพร์ที่เลี้ยงเด็กทารกแฝดสองว่ายากไหม เพื่อนก็บอกว่าไม่ยาก เหมือนเลี้ยงเด็กทารกสองคน พยายามทำคนหนึ่งเสร็จก่อน แล้วจึงค่อยทำให้อีกคน ส่วนใหญ่เด็กจะไม่ค่อยร้องพร้อมกัน เวลาป้อนข้าวก็สามารถป้อนสลับคนละคำ หรือพร้อมกันได้ และข้อดีคือ เด็กจะเล่นกันเองบางครั้ง ออแพร์ไม่จำเป็นต้องเล่นด้วยตลอดเวลา 

😀เด็กพิเศษ : เด็กพิเศษในความหายของเราคือ ทุกๆ อย่างที่ไม่ปกติ เช่น ความผิดปกติทางพัฒนาการ (ออทิสติก ดาวน์ซินโดรม) ความผิดปกติทางอารมณ์ (ก้าวร้าว ชอบทำร้ายร่างกาย) ความผิดปกติด้านการสื่อสาร (หูหนวก พูดช้า พูดไม่ชัด) 
         ต้องดูว่าเด็กมีความพิเศษตรงส่วนไหน สามารถสื่อสาร ช่วยเหลือตัวเองได้ขนาดไหน โฮสต์มีการพาน้องไปบำบัดหรือรักษาอย่างไร บางบ้านจะมีนักบำบัดมาที่บ้าน และโฮสต์คาดหวังอะไรจากออแพร์ เด็กพิเศษจะต้องการออแพร์ที่ใจเย็นอย่างมาก บางบ้านเด็กก็ได้รับการดูแลและฝึกมาอย่างดีให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ควบคุมอารมณ์ได้ 
         มีเพื่อนออแพร์ที่เคยดูแลเด็กพิเศษที่โฮสต์คาดหวังให้ออแพบำบัดอาการให้เด็กประหนึ่งนักบำบัด และเพื่อนที่ดูแลเด็กพิเศษที่น่ารักมากๆ sweet มากๆ

👼เด็ก 1 คน : ออแพร์คนไหนได้เลี้ยงเด็ก 1 คนคือดีเลิศประเสริฐศรีมาก ถึงเด็กจะยากยังไงก็แค่คนเดียว สามารถโฟกัสกับการดูแลได้อย่างเต็มที่ แต่ข้อเสียคือโฮสบางคนอาจจะคาดหวังมากหน่อย เพราะส่วนใหญ่บ้านที่มีเด็กคนเดียวคือ โฮสต์ที่มีลูกคนแรก บางครั้งอาจเป็นหลานคนแรกของตระกูลด้วย ความคาดหวังเยอะ และโฮสต์ไม่มีประสบการณ์เลี้ยงลูกมาก่อน ก็อาจจะจู้จี้จุกจิกมากหน่อย

👪เด็กมากกว่า 1 คน: ข้อดีคือ บางครั้งเด็กๆ ก็จะเล่นกันเอง ออแพร์ไม่ต้องดูแลเด็กตลอดเวลา และจะได้ประสบการณ์กับเด็กต่างวัย และจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลดีในการหาโฮสท์ปีสอง แต่ต้องมั่นใจจริงๆ ว่าเอาอยู่ ต้องดูอายุเด็กด้วย อย่างเช่นแฝดทารก หรือtoddler กับทารกก็จะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดมากๆ บางครั้ง toddler เล่นเสียงดัง หรืองอแง ทำทารกตื่นร้องไห้ ทีนี้ร้องกันระงมบ้าน 
         มีออแพร์หลายคนที่เลี้ยงเด็ก 3-5 คน บางครั้งจำนวนเด็กมากๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องดูแลทั้งหมดคนเดียวเสมอไป มีออแพร์บางคนเลี้ยงเด็กผู้ชาย 3 คน พลังเยอะมาก เหนื่อยมาก แต่ไม่ทุกวันเพราะส่วนใหญ่เด็กไปเรียน บางบ้านโฮสต์จะจ้างออแพร์ 2 คน หรือโฮสต์อยู่บ้านเลี้ยงลูก หรือมีญาติช่วยเลี้ยง หรือจ้างnannyมาช่วยเลี้ยง หรือเด็กโตแล้วไปอยู่รร.ประจำ หรือดูแลตัวเองได้แล้ว เราแค่ดูแลคนเล็กและ/หรือรับผิดชอบคนโตนิดหน่อย เป็นต้น แต่โฮสต์ที่ต้องการออแพร์ 1 คนเพื่อดูแลเด็ก 2-3 คนก็มี 
          ออแพร์จะต้องดูรายละเอียดและคุยกับโฮสต์เกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบให้ดีๆ เพราะอย่าลืมว่าไม่ว่าจะดูแลเด็กกี่คน ค่าจ้างออแพร์ตามกฏก็คือ $195.75/สัปดาห์เท่านั้น ถ้าโฮสต์ที่ดีจะเข้าใจว่างานออแพร์ไม่ใช่งานง่ายๆสบายๆ เค้าจะหาคนมาช่วย support เช่น nanny หรือญาติ อย่างที่กล่าวในข้างต้น และจ่ายค่าจ้างมากกว่า $195.75/สัปดาห์ และมีข้อเสนออื่นๆ เช่น ได้วันหยุดบ่อย หรือบางกรณีโฮสต์ต้องการออแพร์เพื่อมาเล่นและขับรถพาลูกไปโรงเรียนเท่านั้น ไม่ต้องทำงานบ้านหรือทำอาหารเลย เป็นต้น 
         ย้ำอีกครั้ง! คุยรายละเอียดดีๆ (เป็นลายลักษณ์อักษรได้ยิ่งดี) โฮสต์นิสัยไม่ดีเยอะมากที่หวังให้ออแพร์ทำทุกอย่าง เด็กหลายคน แต่จ่ายแค่ $195.75/สัปดาห์


เรื่องเพศของเด็กอาจจะไม่ค่อยสำคัญมาก แต่มาบอกข้อแตกต่างให้ฟัง
👩เด็กผู้หญิง: รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้าออแพร์ชอบแต่งตัวและทำผมให้เด็กด้วยก็จะน่ารักมาก เหมือนเล่นแต่งตัวตุ๊กตา แต่เพราะเป็นเด็กผู้หญิงบางคนก็อาจจะวี๊ดว๊าย ดราม่าควีน ขี้แย หรือเรื่องมากตอนแต่งตัวได้

👦เด็กผู้ชาย : พลังเยอะกว่าเด็กผู้หญิง ชอบเล่นอะไรแรงๆ Action super hero ถ้าเป็นทารกชายปกติก็จะตัวหนักกว่าทารกหญิง จะไม่ค่อยเสียเวลาเรื่องการแต่งตัวมาก ง่ายๆ เคยมีเพื่อนออแพร์เลือกแมตช์กับบ้านที่มีเด็กผู้ชายล้วนด้วยเหตุผลว่า "ถักเปียไม่เป็น" 😅


นี่แค่ข้อแรกนะคะ รอติดตามตอนต่อไป ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาอีกนะคะ

เพิ่มเติมนะคะ คำถามที่ควรถามเกี่ยวกับเด็ก
1. เด็กชอบ/ไม่ชอบอะไร
2. เวลาเด็กโกรธหรืออารมณ์ไม่ดี มีพฤติกรรมอย่างไร แล้วพ่อแม่มีวิธีการรับมืออย่างไร
3. เด็กแพ้อะไรไหม


บทความที่เกี่ยวข้อง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น