วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

สัมภาษณ์กับโฮสต์แฟมิลี (Au Pair Interview)

หลังจากออนไลน์โปรไฟล์หรือใบสมัครแล้ว สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่ตามมาคือ การสัมภาษณ์กับโฮสต์แฟมิลี่ ซึ่งจะมีทั้งคุยกันผ่านทางอิเมล์และSkype และบางคนอาจได้รับโทรศัพท์จากโฮสต์แฟมิลีด้วย

สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง แล้วยังคุยไม่เก่งแบบเรา ก็ไม่รู้จะทำยังไง นอกจากหาตัวอย่างคำถามทางอินเทอร์เน็ตแล้วก็ลองซ้อมๆ ตอบคำถามดู จำได้ว่าตอนที่โฮสต์แฟมิลีบ้านแรกติดต่อมาคือยังไม่ทันเตรียมตัวเลย ตื่นเต้นสุดๆ แต่โฮสต์เป็นอเมริกันแท้มาจากฟิลาเดลเฟีย สำเนียงฟังง่าย ยิ่งโฮสต์ที่อยู่นิวยอร์กอะไรแถบนั้น คือพูดชัดมาก แต่บางบ้านก็มาแบบพ่นไฟแล่บ และปนสำเนียงภาษาอื่นๆ ด้วย จนฟังไม่รู้เรื่อง (อเมริกากว้างใหญ่และมีหลากหลายเชื้อชาติมากๆๆๆๆ) แม้ว่าจะบอกให้เขาช่วยพูดช้าๆ ชัดๆ ดังขึ้นหน่อย ก็ยังฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี จนต้องขอให้ช่วยรบกวนพิมพ์ในช่องแชทให้อ่านแทน ก็เลยพอตอบคำถามได้บ้าง แต่ก็ไม่เป็นที่ประทับใจโฮสต์ เพราะขณะคุยสไกป์กันนั้น ช่วงที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือรู้เรื่องแต่ไม่รู้จะตอบว่ายังไง จนบางทีเงียบนานไป หรือให้โฮสต์พูดซ้ำหลายรอบ จนเขาอาจคิดว่าถ้าได้เราไปเป็นออแพร์ต้องไม่ไหวแน่เลย เพราะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำคัญในการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมากๆ ถึงแม้ว่าเราจะไปเลี้ยงเบบี๋ก็เถอะ แล้วก็ไม่รู้จะถามอะไรโฮสต์ด้วย นึกคำถามไม่ออก ทั้งๆที่ในใจอยากรู้หลายเรื่องๆมาก แต่ก็ได้แต่บอกโฮสต์ไปว่าตอนนี้ยังไม่มี ถ้ามีจะถามในเมล์หรือสไกป์กันคราวหน้านะ ฮือๆ หลังจากที่เฟลมาหลายรอบก็เลยคิดว่าต้องพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีกว่านี้ จึงรวบรวมคำถามมาทั้งจากอินเทอร์เน็ตและคำถามที่เคยโดนถามที่ผ่านๆมา ลองเขียนคำตอบ แล้วฝึกซ้อมพูดๆ อยู่คนเดียวจนคล่องปาก

คำแนะนำเมื่อต้องสัมภาษณ์กับโฮสต์แฟมิลี

โฮสต์แฟมิลี่ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการคุยกับเราทางอิเมล์ก่อน แล้วจึงนัดแนะเวลากันสัมภาษณ์ทางSkype และมักจะมาคุยสไกป์กับเราทั้งครอบครัว หรือเฉพาะโฮสต์พ่อกับแม่ เรามีข้อแนะนำมาฝากเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้
  1. เรื่องเวลา นัดแนะเวลากันให้ดี ตรงต่อเวลา เพราะอเมริกากว้างใหญ่มาก มีหลายtime zone คงไม่เป็นที่ประทับใจแน่หากออแพร์ผิดนัดหรือปล่อยให้โฮสต์รอสัมภาษณ์ และควรแสดงความตื่นเต้นดีใจให้เขารับรู้ เช็คเวลาได้จากมือถือ Iphone ก็ได้ง่ายๆ



    (เวลาในอเมริกาช้ากว่าไทย และมีการปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้น/ช้าลงปีละ 2 ครั้ง เช่น NY เวลาต่างจากไทย 11 ชั่วโมงในฤดูใบไม้ผลิ แต่ช้ากว่าไทย 12 ชั่วโมงในฤดูใบไม้ร่วง เป็นต้น)

  2. หาสถานที่คุยสไกป์ที่เงียบสงบ มีแสงสว่างให้โฮสต์เห็นหน้าเราชัดๆ ฉากหลังควรเป็นระเบียบเรียบร้อย และแต่งกายให้สุภาพ ไม่ควรเคี้ยวอาหารขณะสัมภาษณ์กับโฮสต์ นั่งด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผยแต่ไม่เกร็งจนฝืน เพื่อสร้างความประทับใจแรกพบ ที่สำคัญอย่าลืมตรวจเช็คอุปกรณ์โดยเฉพาะหูฟังให้พร้อม เพื่อให้การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างราบรื่น
  3. ควรเริ่มต้นด้วยการทักทาย ถามคำถามทั่วไป เช่น how are you? และแนะนำตัวสั้นๆ ก่อน
  4. พูดให้เสียงดังฟังชัด พูดช้าไม่เป็นไร ตอบช้าไม่เป็นไร แต่ไม่ควรเงียบนาน หรือบอกเค้าก่อนว่าเราไม่เก่งภาษาอังกฤษนะ อาจตอบช้านิดนึง
  5. ควรเน้นคำถามเกี่ยวกับการดูแลเด็กๆ ให้มากๆ โดยเฉพาะตารางงาน ลักษณะนิสัยใจคอเด็กๆ กิจกรรมรอบครัว และข้อมูลทั่วไปของโฮสต์พ่อและแม่ เช่นทำงานอะไร ออกจากบ้าน กลับบ้านกี่โมง วันหยุดชอบทำอะไร เพราะแสดงให้เห็นว่าเราสนใจครอบครัวเขาจริงๆ และเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถไปอยู่กับครอบครัวที่ไลฟ์สไตล์แบบนั้นๆได้จริง
  6. ถ้าเด็กโตแล้วก็ขอคุยกับเด็กได้
  7. พยายามเป็นตัวของตัวเอง ผ่อนคลาย ยิ้มมากๆ อาจชวนคุยเรื่องทั่วไป ดินฟ้าอากาศ ความสนใจที่มีร่วมกัน เช่น โฮสต์บอกว่าชอบดูการ์ตูนกับรายการร้องเพลงเหมือนเรา เราก็บอกไปว่าฉันก็ชอบเหมือนกัน คุณดูรายการ.........นี้ไหม? หรือฉันเป็นแฟนคลับการ์ตูนเรื่อง..............นี้นะ เพื่อให้บรรยากาศไม่เป็นทางการหรือตึงเครียดไร้ชีวิตชีวาจนเกินไป
         **เพิ่มเติม** สำหรับโฮสต์ที่มีเด็กเล็กที่พูดคุยได้แล้ว มีเพื่อนออแพร์แชร์ไอเดียเอาชนะใจเด็กๆได้ไม่ยาก ใส่ความแบ๊วไปนิดนึง โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ขณะคุยสไกป์โชว์ตุ๊กตาหรือของเล่น และเล่นกับเด็กไปด้วย อาจพากย์เสียงตุ๊กตาหรือเล่นจ๊ะเอ๋ หรือคุยเรื่องตัวการ์ตูน เจ้าหญิง อะไรที่เด็กชอบ บางครั้งแค่การพูดคุยหยอกเล่นกับเด็ก เช่น เด็กชอบกินซีเรียล ป้อนซีเรียลฉันบ้างได้ไหม แล้วทำท่าอ้าปากอ้ำ แค่นี้ก็ทำให้โฮสต์ประทับใจและเด็กๆหลงคุณได้แล้ว
  8. พยายามขายข้อดีของตัวเอง แต่ขอให้ซื่อสัตย์พูดความจริง
  9. เราสามารถขอให้โฮสต์พาดูห้องนอนออแพร์หรือบริเวณบ้านได้นะ
  10. เราเคยเจอโฮสต์ถามคำถามซ้ำๆ ทั้งที่เราเขียนบอกในโปรไฟล์เราละเอียดแล้ว แต่เขาก็ยังถามแล้วให้เหตุผลว่า ถามอีกครั้งเพื่อให้ชัวร์ เช่นกัน เราก็สามารถถามโฮสต์ซ้ำได้ถึงแม้ว่าเขาจะเขียนในโปรไฟล์อย่างละเอียดแล้วก็ตาม เพื่อความมั่นใจ เพราะโฮสต์บางคนก็ตอบไม่ตรงกับที่เขียนในโปรไฟล์นะ แต่ควรจำข้อมูลพื้นฐานของโฮสต์ได้ 
  11. ถ้าโฮสต์เคยมีออแพร์หรือพี่เลี้ยงมาก่อน ควรขอคุยกับเขาด้วย
  12. ขอบคุณทุกครั้งหลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เรามักจะให้เวลาตัวเองนอนคิดสัก1คืนดูว่าเราชอบครอบครัวนี้จริงๆ ไหม อยากแมตช์เลยหรือเปล่า หรือจะkeep in touchไปเรื่อยๆ ก่อน แล้วเราก็จะส่งอิเมล์ไปขอบคุณโฮสต์แฟมิลี่ที่สนใจและสละเวลาคุยกับเรา รวมทั้งบอกความรู้สึกของเราหลังคุยด้วย หากรู้สึกชอบครอบครัวนั้นจริงๆ แต่ติดบางอย่าง เช่น เวลาในการเดินทาง หรือตารางงาน ให้ลองต่อรองดูก่อนว่าจะได้ไหมค่อยตัดสินใจแมตช์หรือปฏิเสธ

ตัวอย่างคำถามที่รวบรวมมา

💙เราควรถามโฮสต์ว่าอะไรบ้าง? 💙

    1. What type of Au Pair are you looking for?
    2. What will be your Au Pair's duties and responsibilities?
    3. If the family have a child with special needs, are there any additional duties or responsibilities that Au Pair will have regarding this child?
    4. What additional household duties do you wish the Au Pair to perform?
    5. Do you observe any religious dietary laws or have any dietary restrictions/preference that the Au Pair must follow while in your home?
    6. If the host family expect Au Pair to drive, what are the driving duties required?
    7. If there are pets in the home, will the nanny be required to care for them?
    8. Can you please describe a worst-day scenario in your home?
    9. How would you describe your parenting style?
    10. How do you typically interact and communicate with your children?
    11. Are you looking for someone to replicate your style completely, partner with you fifty-fifty in terms of style, or bring her own style and approach?
    12. Are there any specific positions on childrearing that you would like your Au Pai to have or not have?
    13. Have you ever employed a childcare provider before?
    14. Are there any practices or behaviors that are Deal-Breakers for you?
    15. What are your child's current developmental needs?
    16. How can you describe the caregiver personality best suited to your child?
    17. If your child is older, how does he or she feel about having an Au Pair?
    18. What activities does your child like to do?
    19. What toys does your child like to play with?
    20. How can the Au Pair best engag your child? How can the Au Pair encourage interaction?
    21. Are the certain things that the nanny should not do or say to your children?
    22. What is the child's daily routine? 
    23. Does your child have any chores or daily responsibilitues?
    24. What is the best way to resolve the conflict for your children?
    25. Under what circumstances should the nanny use a time-out?

💜คำถามที่โฮสต์จะถามเรา💜

    1. ทำไมอยากเป็นออแพร์
    2. อธิบายบุคลิกภาพของเรา 
    3. อธิบายกิจวัตรประจำวัน
    4. กิจกรรมยามว่างชอบทำอะไร
    5. ประเภทของอาหารที่ทำ
    6. อธิบายประสบการณ์ดูแลเด็ก
    7. กิจกรรมที่ชอบทำกับเด็ก
    8. ประสบการณ์ที่ดี และไม่ดีเกี่ยวกับเด็ก
    9. เหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดกับเด็กที่เคยเจอคืออะไร และเราทำอย่างไร
    10. ถ้าเด็กไม่ยอมกินข้าว อยากกินแต่ขนมจะทำอย่างไร
    11. ถ้าเด็กทารกร้องไห้จะทำอย่างไร
    12. คุณคาดหวังกับโฮสต์แฟมิลี่แบบไหน
    13. จบโครงการแล้วจะทำอะไรต่อ
    14. อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการเลี้ยงเด็กวัยนี้
    15. คาดหวังโฮสต์แฟมิลี่แบบไหน อะไรคือ Part of family ในความคิดของคุณ
  • สำหรับคนที่รีแมทช์ จะต้องถูกถามว่า ทำไมถึงรีแมทช์?
  • สำหรับคนที่ต่อปีสองกับบ้านใหม่
    1. ทำไมถึงไม่ต่อบ้านเดิม
    2. ตอนนี้อยู่ที่ไหน
    3. ขับรถได้ไหม มีใบขับขี่ของอเมริกาไหม เคยมีอุบัติเหตุหรือเปล่า
    4. เล่าหน้าที่รับผิดชอบให้ฟังหน่อย
    5. เล่าเกี่ยวกับโฮสต์ปัจจุบัน
    6. อะไรคือประสบการณ์ที่ดี / ชอบในการเป็นออแพร์ปีแรก
    7. อะไรคือประสบการณ์ที่ไม่ดี / สิ่งที่ยากในการเป็นออแพร์ปีแรก
    8. ขอคุยกับโฮสต์ปัจจุบันได้ไหม
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และขอให้โชคดีในการสัมภาษณ์ค่ะ




แหล่งอ้างอิง http://www.thaiaupairclub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538689645\


วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

ตัวอย่าง คำถาม-คำตอบ สัมภาษณ์วีซ่าออแพร์ อเมริกา

นอกเหนือจากการสัมภาษณ์ทาง Skype กับ host family แล้ว การสัมภาษณ์วีซ่า J1 ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นของออแพร์เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงแบบเรา บวกกับที่เคยได้ยินมาว่าวีซ่าอเมริกาขอยาก แต่หลังจากที่ได้สัมภาษณ์วีซ่าแล้วบอกเลยว่า "ไม่ได้ยากอย่างที่คิด" เนื่องจากออแพร์อเมริกาต้องสมัครผ่านเอเจนซี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เอเจนซี่มีประสบการณ์ในการช่วยเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสัมภาษณ์ให้เราระดับหนึ่ง แต่เพื่อความไม่ประมาท เราจึงต้องมีการเตรียมตัวเองด้วย

เราเริ่มจากการอ่านรีวิวและตัวอย่างคำถาม-คำตอบในการสัมภาษณ์วีซ่าออแพร์จากบทความต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต รวมทั้งจาก YouTube ซึ่งช่วยได้มาก แม้ว่าข้อมูลการสัมภาษณ์วีซ่าออแพร์อเมริกาโดยเฉพาะจะมีไม่มากเท่าไร ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นการสัมภาษณ์วีซ่าไป work&travelมากกว่า เพราะเป็นโครงการที่เป็นที่คนส่วนใหญ่รู้จัก แต่ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เนื่องจากทั้งออแพร์และwork&travelใช้วีซ่าแลกเปลี่ยนJ1เหมือนกัน ดังนั้นคำถามจึงค่อนข้างคล้ายกัน

ต่อจากนั้นเราจึงlistคำถาม และตัวอย่างคำตอบไว้ นำมาจัดเรียงใหม่ และลองเติมคำตอบของตนเองลงไป ก่อนที่จะฝึกซ้อมพูดและปรับแก้คำตอบหลายครั้งเพื่อให้ดูกระชับ และตรงคำถาม จะเรียกว่า"ท่องจำจนขึ้นใจ"เลยก็ว่าได้ ฝึกซ้อมพูดหน้ากระจกจนรู้สึกว่า"คล่องปาก"และพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ อย่างน้อยตอนไปสัมภาษณ์แล้วเกิดตื่นเต้นตกใจแบบเราจนฟังคำถามไม่ทัน ก็ยังพอจับจุดและตอบคำถามได้ ไม่ปล่อยเงียบนานจนเจ้าหน้าที่คิดว่าเราสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้  การฝึกซ้อมนี้ช่วยให้เราผ่านการสัมภาษณ์วีซ่ามาได้จริงๆ

(https://drchat.files.wordpress.com/2011/12/j-1visa2.jpg)

ตัวอย่าง คำถาม-คำตอบ สัมภาษณ์วีซ่าออแพร์ อเมริกา (ที่เรารวบรวมมา)

1. ทักทาย เจ้าหน้าที่อาจทักมาเป็นภาษาไทย แต่เราก็ตอบภาษาอังกฤษไป
Good morning. How are you?

2. What's your name?
My name's..............

3. When did you finish your bachelor degree? What did you study? 
I graduated from faculty of............, ............university in (ปีค.ศ.).

4. Are you working? What's your work? When will you quit/leave/resign from your job?
Yes, I'm a ....(อาชีพ)..... I'll quit/leave/resign next month.
No, I'm not. I was a .....(อาชีพ).... I quit/left/resigned from ............ last month.

5. Do you have verification of employment/ certificate of work letter?
ถามหาหนังสือรับรองการทำงาน ถ้ามีก็ตอบว่า Yes, I do. แล้วยื่นให้เขาไป
แต่ถ้าไม่มีก็ตอบ No, I don't have it right now but, I can give you later. ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ไม่เอาหรอก

6. Why do you want to be an au pair? / What do you expect from the Au Pair program?
ให้เน้นว่าต้องการไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดูแลเด็ก และพัฒนาภาษาอังกฤษ ห้ามตอบสิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่คิดว่าเราจะไปอยู่ถาวรหรือนอกเหนือจากวีซ่าJ1เด็ดขาด เช่น เปลี่ยนวีซ่า ทำงานเสริม เด็ดขาด!
ตัวอย่างเช่นไป
- Because I want to get different childcare experience and also improve my English skill.
- Because I want to study English as en exchange student to improve my English and speak English fluently.
-Because I joined in work&travel program last year. It's really good experience. So, I want to learn and get more experience there.
-Because I want to improve my English skill for my future caree/master degree in Thailand.

7. Why do you want to go to America / state (รัฐที่เราจะไป) / the US?
เช่น อเมริกากว้างใหญ่ มีหลากหลายเชื้อชาติ จะได้ไปเปิดโลก เรียนรู้วัฒนธรรม ฝึกการใช้ชีวิตด้วยตนเอง และอเมริกาใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทำให้ได้พัฒนาภาษาอังกฤษ แล้วประสบการณ์จากการเป็นออแพร์จะมีประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต

8. Do you have childcare experience in Thailand?
Yes, I do. I am a teacher in a kindergarten/primary school./ I'm a nurse. /I practiced in the nursery/ I was a volunteer at orphanage. /I take care my nephew for...(ระยะเวลา)....

9. Do you have your friends who be an au pair? Do they like it?
- Yes, I do. My friend is an au pair in ......(ชื่อรัฐ) She's really like it but, she will finish her program and come back to Thailand in August.
-No, I don't.

10. How long will you stay in the US?
I'll be there for 1 year.

11. When will you leave? / When are you going?
I'm going to the US in.... (บอกชื่อเดือนที่ไปถึงอเมริกา)

12. Who's sponsoring you?
My host family.

13. What's your host family name?
Their name are .....(ชื่อโฮสต์พ่อ) and....(ชื่อโฮสต์แม่)

14. How do you know your family?
I know them from.....(ชื่อเอเจนซี่)... I interviewed with them by Skype and emails.

*15. Where will you stay in the US? / Where will you go in the US?
I'll live with my host family in......(ชื่อรัฐ)..

16. Tell me about ...(ชื่อรัฐนั้น).... / Have you educated yourself about the place or state your are going to? Tell me about it.
ตอบสั้นๆ รัฐนั้นมีชื่อเสียง/สถานที่ท่องเที่ยวอะไร
ตัวอย่าง Florida is a sunshine state. There are many beautiful beaches and famous amusement parks.

17. Do you have your friends or relatives in ....(ชื่อรัฐนั้น)....
No, I don't.

18. Tell me about your family in the US  / Can you tell me about your host family?
My host dad is a ....(อาชีพ)... My host mom is a ....(อาชีพ).... There are 2 daughters and 1 son.

19. How many children will you take care?
I'll take care 3 children, 2 years old twins and 3 months old baby.

20. What are your responsibilities? / Can you tell me what your responsibilities?
My responsibilities are looking after them/her/him, driving them  to do activities and school, helping them with school work, cooking, etc. (บอกหน้าที่เกี่ยวกับเลี้ยงเด็กคร่าวๆ)

21. What will you do when you finish your au pair year? / What are your plans when you return to Thailand?
ควรตอบว่าจะกลับมาประเทศไทย แม้ว่าจริงๆแล้วเราวางแผนว่าจะอยู่มากกว่า 1ปี
-I will come back to Thailand to study in a master degree and work as a ....(อาชีพ)...

22. Do you intend to study in America? / Do you plan to study in the US?
I have to finish 6 credits as an Au Pair, other than that NO. (อันนี้ควรตอบNoเพราะว่าเค้าจะได้เห็นว่าตั้้งใจไปเป็นออแพร์ แล้วจะกลับไทยจรงๆ หลังจบโครงการ ไม่ใช่ไปออแพร์แล้วไปเปลี่ยนวีซ่าเป็นอย่างอื่น แล้วอยู่ ถึงแม้จะอยากทำจริงๆ ก็รอให้จบโครงการก่อน แล้วก็ไม่ต้องไปบอกตอนสัมภาษณ์วีซ่าออแพร์)
The program reauires me to study fo 6 credits. I'm going to take an English class during my au pair program. After I finished the program, I'll return to Thailand.

23. What / where will you study during the Au Pair program?
I'll study an English class / ESL class in a community college near by my house to complete 6 credits of Au Pair educational requirement.
อันนี้เคยมีคนโดนถาม แล้วไม่เข้าใจคำถาม คือคิดว่าจะไปเป็นออแพร์ จะเรียนที่ไหน เรียนอะไรค่อยหาตอนไปอยู่นู่นแล้ว เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ชื่อโรงเรียนหรือรายละเอียดอะไร แต่เราคิดว่าเขาต้องการดูว่าเราเข้าใจกฏของโครงการไหมที่ต้องไปเรียนเก็บหน่วยกิตให้ครบ แล้วตั้งใจไปเป็นออแพร์จริงๆ มีการวางแผนไปคร่าวๆ ว่าอยากเรียนอะไร ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า ตอบว่าไปเรียนภาษาอังกฤษปลอดภัยสุด เพราะเหตุผลที่อยากไปเป็นออแพร์ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากพัฒนาภาษา ไว้เวลาไปจริงแล้วค่อยไปเรียนอย่างอื่นก็ได้ไม่มีใครว่า 

24. What makes us believe that you will return to Thailand?
อาจจะตอบว่าเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่แก่แล้ว ต้องกลับมาดูแลพ่อแม่

25. Do you have special place want to visit? / Where do you plan to visit during the program?
Yes, I want to visit.............. / I plan to visit ........ for my vacation.

26. What is your contract right about Au Pair program?
My job is looking after the host kids and doing light household (Kids' laundry, cleaning kids' are). I'll work 45 hours per week and no longer than 10 hours per day. I'll have at least one full weekend off per month. The host family provides food and room for me, pay me $295.75 per week and $500 for education.

27. If your children have accident or unwell, what will you do?
- I'll do basic first like a stop bleeding and call for help at 911.
- I'll call 911. I'll tell them the situation and address.

28. If you have disagreement/ problem with the host family, How are you going to handle it?
I'm going to communicate with them. Hopefully, we can come up with compromise solution, If not, I'll ask my area director to help.

29. What's emergency number in the US? 
911

30. Tell me your emergency contact
ขอเบอร์ติดต่อของเราสำหรับการจัดส่งพาสปอร์ตและวีซ่าให้ อาจเป็นเบอร์พ่อแม่ของเรา

31. What's emergency contact in the US? / Who can help you when you have problems?
Call 911, Thai Embassy, My area director

32. Did you receive the small book? / Can you tell me about what the handbook is about?
Yes, I've read it already. It's about my rights when I work there.
It helps me to protect my self from abuse.

33. Tell me about your rights in the small book.
ตอบคร่าวๆ ถ้าไม่สามารถตอบเป็นภาษาอังกฤษได้ก็บอกว่า Sorry, can I explain in Thai? ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถฟังภาษาไทยได้อยู่แล้ว

34. Why do you apply for visa here instead of Chiangmai ?
Because I have to join in the get ready workshop here.

นี่เป็นตัวอย่างที่เรารวบรวมมา บางประโยคอาจจะยาวเยิ่นเย้อไปหน่อย แกรมม่าร์ไม่ค่อยถูกต้อง หรือเจ้าหน้าที่อาจจะดัดแปลงใช้คำศัพท์ที่ต่างออกไป แต่โดยรวมแล้วก็จะถามประมาณนี้ โดยเฉพาะข้อที่ดาวไว้  ถามแน่ๆลองนำไปปรับใช้กับตัวเองดูนะคะ

เราคิดว่าคำถามที่เจ้าหน้าที่ถามเพื่อวัดทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ, ความเข้าใจกฏ/โปรแกรมออแพร์/การติดต่อช่วยเหลือหากเกิดปัญหาที่นั่น, และดูว่าเราจะกลับไทยจริงไหมเมื่อจบโครงการ 

โชคดีในการสัมภาษณ์ค่ะ




วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

อยากเป็นออแพร์ในอเมริกา ไปเอเจนซี่ไหนดี? (อัพเดทMarch 2019)

"ออแพร์ในอเมริกา" อีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่พาคุณไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอเมริกัน ทำงาน เรียนภาษาวัฒนธรรมและท่องเที่ยวในต่างประเทศ
👉 ออแพร์คืออะไร 
👉 ประวัติความเป็นมาของออแพร์ในอเมริกา 
👉 ขั้นตอนการเป็นออแพร์
สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นออแพร์ในอเมริกา แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี หรือคนที่กำลังมีคำถามว่า "ไปเอเจนซี่ไหนดี?" นี่เป็นสรุปขั้นตอนง่ายๆ ในการเลือกเอเจนซี่ดังนี้



1. ศึกษาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

การมาเป็นออแพร์ในอเมริกา ต้องสมัครผ่านเอเจนซี่ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเท่านั้น ให้สังเกตที่สัญลักษณ์Designated Au Pair Sponsor นอกเหนือจากนี้ก็ระวังscamerหรือโดนหลอกให่้เสียเงินฟรีนะจ๊ะ
   * บางเว็บไซต์ เช่น www.aupairworld.com หรือ Facebook เราสามารถโพสต์ประวัติส่วนตัวและหาโฮสต์แฟมิลี่ได้เอง แต่สุดท้ายเมื่อตกลงรายละเอียดทุกอย่างแล้ว จำเป็นที่ทั้งตัวผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์ และโฮสต์แฟมิลี่เองต้องสมัครสมาชิกกับเอเจนซี่ใดเอเจนซี่หนึ่งซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐบาลอเมริกาอยู่ดี เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการออแพร์ได้อย่างถูกกฏหมาย
สัญลักษณ์รับรองเอเจนซี่ที่จดทดเบียนเป็นสปอนเซอร์สำหรับโครงการออแพร์ในอเมริกาอย่างถูกกฏหมาย

          ในประเทศไทยมีเอเจนซี่ที่จัดหาออแพร์ไปอเมริกาทั้งหมด 8 เอเจนซี่ ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดโครงการในเว็บไซต์ และลองติดตามข่าวสารในFacebook ของแต่ละเอเจ้นซี่ ซึ่งจะคอยอัพเดตข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และยังมีรีวิวของออแพร์รุ่นก่อน ทำให้เราทราบได้เบื้องต้นว่าคนที่สมัครออแพร์กับเอเจนซี่นั้นๆ แมตช์กันเร็วและมากขนาดไหน
      


รายละเอียดคร่าวๆ แต่ละเอเจนซี่ในไทย (เท่าที่รวบรวมได้ ข้อมูลเมื่อมีนาคม 2562 ผิดพลาดประการใดขออภัย)

1). American Cultural Exchange (goAuPair)
          เป็นบริษัทจัดหาพี่เลี้ยงเด็กมามากกว่า 30 ปี ตั้งแต่ค.ศ.1984 และเป็นบริษัทแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการออแพร์ของอเมริกาตั้งแต่ค.ศ.1989 เป็นต้นมา มีตัวแทนบริษัทอยู่ใน 50 ประเทศทั่วโลก และมีสำนักงานย่อยอยู่ใน 65 เมืองทั่วอเมริกา
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: 151 E 6100 S, STE 200 Murray, UT 84107
โทร: 1 (888) 287-2471
เว็บไซต์ https://www.goaupair.com/
          GoAuPair ในไทยมีบริษัทตัวแทนชื่อว่า Education House บริการให้คำแนะนำการศึกษาต่อต่างประเทศรวมทั้งโครงการออแพร์ในอเมริกาด้วย และดูแลเอาใจใส่น้องๆ ตลอดแม้ขณะเดินทางไปต่างประเทศแล้ว
ที่ตั้งสำนักงานในไทย: 42/44 ถ.บางกรวยไทรน้อย ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
โทร. +66 (0)8 31896199 
เว็บไซต์ http://education-house.com/Allprograms/view/au-pair#
E-MAIL: kairika@education-house.com

2). American Institute For Foreign Study (Au Pair in America: APIA)
          เป็นหนึ่งในสองบริษัทแรกที่เข้าร่วมโครงการออแพร์ของอเมริกาตั้งแต่ปีค.ศ.1968 ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มีที่ตั้งสำนักงานถาวรอยู่ใน 5 ประเทศและตัวแทนบริษัททั่วโลก มีจำนวนออแพร์ที่ร่วมโครงการกับที่นี่มาแล้ว 110,000 คนจากกว่า 10 ประเทศใน 43 รัฐทั่วอเมริกา Au Pair in America เป็นองค์กรของ the American Institute For Foreign Study (AIFS) ที่เป็นผู้นำด้านการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมานานกว่า 50 ปี
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: River plaza,9 West Broad Street Stamford, CT 06902
โทร 203 399-5000
E-mail: aupair.info@aifs.com
เว็บไซต์ www.aupairinamerica.com

          APIA ในไทยมีบริษัทตัวแทนชื่อว่า Thaiaupair หรือไทย-เมกัน หรือThai & America Culture Exchange (เรียกกันหลายชื่อ) เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกโครงการออแพร์ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 (พ.ศ. 2542) ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถพูดคุยกับครอบครัวชาวอเมริกันที่แสดงความสนใจขณะออนไลน์ได้พร้อมกันหลายครอบครัว โดยมีขั้นตอนในการแมทช์รวมถึงการเตรียมขอวีซ่าที่ไม่ยุ่งยาก ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมโครงการตลอดจนจบโครงการ  ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการออแพร์กับไทยออแพร์มาแล้วกว่าหลายหมื่นคนจากทั่วประเทศ มีสำนักงานในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น และมีตัวแทนโครงการในภาคใต้
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: บริษัท ไทยและอเมริกันคัลเชอรัลเอ็กซเชนจ์ จำกัด 412/63 อาคารบ้านพหลโยธินเพลส (ฝั่งพลาซ่า) ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร: (+66)(0) 2030 2568
E-Mail: info@thaiaupair.com
Website: http://www.thaiaupair.com/index

3). Au Pair International
         เป็นบริษัทที่ดูแลจัดหาผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์โดยเฉพาะ จึงมีความเชี่ยวชาญและให้บริการที่มีคุณภาพสูงด้วยราคาที่ถูกกว่าเอเจนซี่อื่น ผู้เข้าร่วมโครงการจะผ่านกระบวนคัดกรองหลายขั้นและมีการอบรมที่ได้รับการรับรอง การันตีด้วยสถิติ 95% ของออแพร์ที่แมตช์แล้วประสบความสำเร็จและพึงพอใจกับโครงการ อีกทั้งอัตราส่วนจำนวนเจ้าหน้าที่ (Area Director) ต่อโฮสต์แฟมิลี่สูง 1:15 ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง รวมทั้งเป็นสมาชิกของ International Au Pair Association (IAPA) และออแพร์จากเอเจนซี่นี่เพิ่งชนะการประกวด Au Pair of the Year contest 2018 ด้วย
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: 4450 Arapahoe Ave Suite 100 Boulder, Colorado 80303
โทร. 1-888-649-2876
เว็บไซต์ https://www.aupairint.com/

          ในไทยมีบริษัทตัวแทนชื่อว่า Au Pair Thailand เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านออแพร์, Work and Study รวมไปถึงโครงการเรียนและฝึกงานในต่างประเทศ (Vacation Study, Internship ) ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และดูแลผู้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่เข้าร่วมโครงการจนจบโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างดีที่สุดจากเจ้าหน้าที่ทั้งในประเทศไทยและขณะอยู่ในต่างประเทศ และรู้สึกอุ่นใจตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ เปิดดำเนินการมาแล้วประมาณ 7-8 ปี ดูแลโดยพี่อุ้ม อดีตออแพร์จาก Illinois, Naperville USA
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: 496-502 อาคารอัมรินทร์ พลาซ่า ชั้น 18  ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ : เวลา 9.00 - 18.00 น. (กรุณาโทรนัดล่วงหน้าเพื่อความสะดวก)
โทร  02 305 6868, 02-402-7766, 086-338-4455 
Website: http://www.aupairthailand.org/

4). AuPairCare (American Learning)
          Au Pair Care เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Intrax ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1980 เป็นบริษัทที่จัดหานักเรียนและเยาวชนจากทั่วโลกเพื่อมาศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ในสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้เข้าร่วมโครงการออแพร์ของอเมริกา ตั้งแต่ปีค.ศ. 1989 เป็นต้นมา มีออแพร์จาก AuPairCare จำนวนกว่า 70,000 คนจากทั่วโลกเดินทางมายังสหรัฐอเมริกา และเป็นเอเจนซี่แรกๆ ที่ดูแลจัดหาออแพร์สำหรับดูแลเด็กทารกให้กับโฮสต์แฟมิลี่  ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี บริษัทได้การการันตีคุณภาพระดับ A+ จาก the Better Business Bureau และถูกเสนอชื่อให้เป็น Best Nanny Service Agency in Bay Area เมื่อปีค.ศ. 2017
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: 600 California Street, 10th Floor San Francisco, California 94108
โทร: 800.428.7247
Email: customercare@aupaircare.com
เว็บไซต์ https://www.aupaircare.com/


         ในประเทศไทย มีบริษัทคือ อเมริกัน เลิร์นนิ่ง จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2003 มีประสบการณ์กว่า 15 ปีทางด้านโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และศึกษาต่อต่างประเทศ โดยบริษัทฯ จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และ เป็น Partner กับองค์กรการศึกษาจากนานาประเทศ และองค์กรที่ดูแลด้านโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ทั้งโครงการ Work and Travel, Internship และโครงการ Au Pair ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับการรับรองกับ U.S. Department of States (DOS) มีผู้เข้าร่วมโครงการต่างๆ ภายใต้บริษัทอเมริกันเลิร์นนิ่งกว่า 9,000 คน
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 39 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ทางออกที่ 4) เลขที่ 408/161 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร. 087-5660008 (เวลาทำการ อังคาร-เสาร์ เวลา 09.30-18.30 น.)
เว็บไซต์ http://www.american-learning.com/

5). Cultural Care Au Pair
          เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท EF Education First ที่ดูแลแนะนำและจัดหาเยาวชนที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศมานานกว่า 50 ปี Cultural Care Au Pair จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1989 ถือหนึ่งในเอเจนซี่ที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกา มีปะสบการณ์มากกว่า 30 ปี มีเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดกว่า 25 ประเทศทั่วโลก และเป็นสมาชิกของสมาคม International Au Pair Association (IAPA) ได้รับการการันตี “quality seal of approval” สำหรับการดำเนินโครงการออแพร์ในสหรัฐอเมริกา
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: One Education Street, Cambridge, MA 02141
โทร: 1-800-333-6056 (Overseas +1 617-619-2227)
E-mail: aupair@culturalcare.com
Website: www.culturalcare.com

          สำหรับในไทย Cultural Care Au Pair ไม่มีบริษัทตัวแทน แต่ได้จดทะเบียนเปิดบริษัทโดยตรงในไทยเองเมื่อปีพ.ศ. 2554 เราได้ส่งออแพร์กว่า 125,000 คนจากทั่วโลกไปยังสหรัฐอเมริกา มีตัวแทนเจ้าหน้าที่ในแต่ละภาคที่สามารถให้ข้อมูลโครงการและสัมภาษณ์วัดระดับภาษา มีการเตรียมความพร้อมและให้คำปรึกษาในแต่ละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: อาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอร์ ชั้น 25/5-25/7 622 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย จังหวัดกรุงเทพฯ 10110 (BTS พร้อมพงษ์ ประตูทางออก 2)
ช่วงเวลาติดต่อ ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00-18.00 น.
โทรศัพท์ 02-017-8430-5 หรือ 081-733-2256
อีเมล์ aupair.th@culturalcare.com
เว็บไซต์ https://www.culturalcare.co.th/

6). Expert Group International (Expert AuPair)
          เป็นเอเจนซี่ขนาดเล็ก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2006
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา:  100 2nd Ave S, Suite 302S Saint Petersburg, Florida 33701
โทร. (727) 388-3472
เว็บไซต์ https://expertaupair.wordpress.com/
          บริษัทตัวแทนในไทย คือ Asia Bridge Childcare (ABC) เป็นบริษัทน้องใหม่ เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.2016 มีจุดเด่นคือ ผู้สนใจโครงการไม่ต้องหาสถานที่ฝึกประสบการณ์เลี้ยงเด็กเอง ดูแลโดยพี่โรส อดีตออแพร์ใน Sterling รัฐเวอร์จิเนีย
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: 33 Soi Phum Chit,  Sukumvit 46, Prakhanong,  Klong Toei, Bangkok 10110
โทร. +66(0)971895995 (Tar)
Email: canisorn.k@gmail.com or piyorose@asiabridge.biz
เว็บไซต์ https://www.asiabridgechildcare.com/

7. GreatAuPair
          ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.2001 เป็นบริษัทแรกเริ่มที่จัดหาแรงงานต่างชาติเพื่อดูแลบ้านและครอบครัวแบบครบวงจร ได้แก่ พี่เลี้ยงเด็ก, ผู้ดูแลคนพิการหรือต้องการความช่วยเหลือพิเศษ, ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยง, ติวเตอร์, ผู้ดูแลผู้สูงอายุ และแม่บ้าน ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีจำนวนออแพร์ที่เข้าร่วมโครงการกับที่นี่มาแล้วกว่า 26,000 คน
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: 12600 Hill Country Blvd Suite R-275 Austin, TX 78738
ช่วงเวลาติดต่อ วันจันทร์-ศุกร์ 9AM-6PM (CST U.S.)
โทร. 800-935-6303 International Phone +1-512-360-0499
Email: support@greataupair.com
Website: https://www.greataupair.com/

         ตัวแทนในประเทศไทยใช้ชื่อ Beloved Thai Au Pair ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.2011 ให้บริการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศและโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือและออสเตรเลีย เช่น Au Pair Programทั้งในอเมริกาและยุโรป, Live in Caregiver Cananda, Work and Travel in USA, Study plus Work Canada และSummer Course ในหลายประเทศทั่วโลก มีสำนักงานในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พิษณุโลก และบุรีรัมย์
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: 130/5 ซอยรุ่งเรือง/รัชดาภิเษก 20 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม 10310
โทร. 08-97896337
E-mail: support@belovedthaiaupair.com
เว็บไซต์ https://www.belovedthaiaupair.com/

8). USAuPair
          เป็นเอเจนซี่ที่ได้รับการรับรองสำหรับโครงการออแพร์ในอเมริกา มีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่า 25 ปี มีบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ 14 ประเทศ ได้แก่ โบลิเวีย ฝรั่งเศส เม็กซิโก ไทย สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี อังกฤษ เบลเยียม ออสเตรีย สเปน แมคซิโดเนีย เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ และยูเครน
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในอเมริกา: USAuPair, Inc. P.O. Box 2126 Lake Oswego, Oregon 97035
โทร. +1 (503) 675-5333
Website: https://www.usaupair.com/

          ในไทยมีบริษัทตัวแทนชื่อว่า IHost Thailand เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 2006 จากนักเรียนที่ได้ไปเรียนและทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาและผู้ปกครองที่ได้ส่งบุตรหลานเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการศึกษาต่อในต่างประเทศ เช่น "โครงการแลกเปลียนวัฒนธรรมออแพร์" " โครงการทำงานและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน" " โครงการเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อน" และ "การเรียนระดับอุดมศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา" ด้วยความน่าเชื่อที่เราให้บริการตลอดมาทำให้ที่นี่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนจากองค์กรต่างประเทศในการสรรหาและคัดเลือกเยาวชนไทยให้เข้าร่วมโครงการต่างๆ อย่างถูกต้องตามกฏเกณฑ์และได้รับแต่งตั้งจากองค์กรที่รัฐบาลของต่างประเทศให้การรับรองทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนมั่นใจได้ว่าบุตรหลานของท่านจะได้รับการดูแล คุ้มครองอย่างดี และประสบความสำเร็จในทุกโครงการที่เข้าร่วม
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย: Admission and Testing Center Fl. 41, United Center Tower, 323 Silom Road, Bangrak, Bangkok, Thailand 10500
Our office hours: Mon - Fri (8:30 - 17:30) Sat-Sun (by appointment only)
โทรศัพท์: 098-515-0815, 083-9891810, 02-631-0403
E-mail: ihostthailand@gmail.com
Website: http://www.ihostthailand.com/home/

2. โทรติดต่อสอบถามกับแต่ละเอเจนซี่ และเข้าร่วมฟังสัมมนา

          ในเว็บไซต์ของแต่ละเอเจนซี่จะบอกข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม การโทรศัพท์ไปติดต่อสอบถาม หรือเข้าร่วมฟังสัมมนากับเอเจนซี่นั้นๆ จะดีที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้เราทราบรายละเอียดของโครงการมากขึ้นแล้ว เรายังสามารถซักถามข้อสงสัย และประเมินความเอาใจใส่ รวมทั้งประสบการณ์ความรู้ของเจ้าหน้าที่ของแต่ละเอเจนซี่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ บางเอเจนซี่มักมีโปรโมชั่นส่วนลดค่าใช้จ่ายโครงการสำหรับผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาด้วย ทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องไปเข้าร่วมสัมมนาทุกเอเจนซี่ สละเวลาไปฟังสัก 2-3 แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง

3. ทำตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละเอเจนซี่

          เราได้อ่านกระทู้ของรุ่นพี่ออแพร์ท่านหนึ่งแนะนำให้ทำตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขของแต่ละเอเจนซี่ไว้ ซึ่งแต่ละเอเจนซี่จะมีจุดเด่น ข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น เอเจนซี่ใหญ่อาจจะมีจำนวนโฮสต์และผู้สมัครออแพร์จำนวนมาก และมีความเป็นระบบมากกว่า น่าเชื่อถือกว่า แต่ในทางตรงกันข้ามเอเจนซี่เล็กๆ ก็มีจุดเด่นที่เจ้าหน้าที่เป็นกันเองและสามารถดูแลผู้สมัครออแพร์ได้ทั่วถึงมากกว่าและค่าโครงการถูกกว่า หรือเอเจนซี่ใหญ่ๆบางแห่งมีข้อจำกัดให้เราคุยกับโฮสต์ได้เพียงครั้งละ 1 บ้าน ในขณะที่เอเจนซี่เล็กๆอีกที่นึงให้เราคุยกับโฮสต์ได้ครั้งละ 3 บ้าน หรือมากกว่า บางเอเจนซี่ค่าใช้จ่ายแพงกว่าแต่ตอนต่อปีสองไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก เป็นต้น



ตัวอย่าง ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละเอเจนซี่ ประกอบด้วย

  • ชื่อเอเจนซี่ 
  • สถานที่ติดต่อ เว็บไซต์ของเอเจนซี่ เบอร์โทรศัพท์ สถานที่ฟังสัมมนา 
  • จุดเด่น เช่น เป็นเอเจนซี่แรก เป็นเอเจนซี่ใหญ่มีเครือข่ายมาก มีประสบการณ์ด้านออแพร์มานาน เป็นที่รู้จัก ฯลฯ
  • จุดด้อย 
  • ค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าโครงการ ค่าใบสมัครออนไลน์ ค่าสัมภาษณ์ และอื่นๆ
  • ที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราขณะเราอยู่อเมริกา
  • มีเวิร์คช็อปที่ช่วยเราเตรียมตัวอะไรบ้าง เช่น การทำใบสมัครออนไลน์ การทำวิดีโอแนะนำตัว การสัมภาษณ์กับโฮสต์แฟมิลี่ การเตรียมตัวก่อนบิน ปฐมนิเทศก่อนเข้าบ้านโฮสต์ ฯลฯ
  • หมายเหตุอื่นๆ 

4. สอบถามหรือติดตามรีวิวจากรุ่นพี่ออแพร์ที่รู้จัก

           ผู้ที่จะบอกเราได้ดีที่สุดว่าเอเจนซี่ไหนดีก็คือผู้ที่เคยสมัครกับเอเจนซี่นั่นๆ โดยเฉพาะหากมีคนรู้จักที่สนิทกันเป็นออแพร์จะได้ข้อมูลที่ค่อนข้างเป็นจริง อาจมีอารมณ์และความรู้สึกร่วม แต่เราก็จะได้เห็นได้รู้ถึงประสบการณ์ออแพร์จากพวกเขาเหล่านั้นนอกเหนือจากการฟังจากเจ้าหน้าที่ของเอเจนซี่
       ทั้งนี้ การอ่านรีวิวจากออแพร์ตามอินเทอร์เน็ต ควรเป็นข้อมูลที่ "ฟังหูไว้หู" เพราะแต่ละคนที่เจอเหตุการณ์นั้นๆ เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน เราอาจไม่ได้โชคดีหรือโชคร้ายแบบนั้นก็ได้

5. ตัดสินใจเลือกเอเจนซี่ที่ตรงใจที่สุด

          หลังจากรวบรวมข้อมูลได้แล้ว ลองประเมินดูว่าเอเจนซี่ไหนที่เราชอบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้านค่าใช้จ่าย การบริการ ขั้นตอนกระบวนการ รวมถึงความเอาใจใส่ดูแล ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในขั้นตอนต่างๆ

เมื่อตัดสนใจได้แล้วก็ลุยต่อเลย
America is calling! 



ที่มา
https://j1visa.state.gov/sponsors/sponsor-by-country/?program=all
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=genieangie&month=02-05-2006&group=1&gblog=3
http://www.thaiaupairclub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538662876&Ntype=6
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dekpladib&month=11-2006&date=15&group=1&gblog=4


วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560

สัมภาษณ์วีซ่าออแพร์ อเมริกา (แบบละเอียด)

วันนี้เพิ่งไปสัมภาษณ์วีซ่าออแพร์ อเมริกามาสดๆร้อนๆเลย อยากมาแชร์ประสบการณ์ค่ะ (รูปภาพประกอบนำมาจากอินเทอร์เน็ตและถ่ายเองบางส่วนนะคะ)

หลังจากที่เตรียมเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว โดยมีพี่เอเจนซี่ช่วยดู จัดเอกสาร และนัดวันสัมภาษณ์ให้
เราได้คิวสัมภาษณ์ 8โมงเช้า
พี่เอเจนซี่แนะนำให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อยไปเพราะเป็นสถานที่ราชการ และอย่าแต่งหน้าจัดเกินไป เพราะเราไปขอวีซ่าJ1 เป็นวีซ่าแลกเปลี่ยน เคยมีคนแต่งหน้าจัดเต็มแบบบิ๊กอาย ขนตาปลอมยาวเป็นแพ แล้วถูกปฏิเสธวีซ่าด้วยเหตุผลว่าบุคลิกลักษณะไม่เหมาะสมกับวีซ่ามาแล้ว เราก็จัดไปด้วยชุดเดรสสีสุภาพแขนยาวกระโปรงลายจุด รองเท้าหุ้มส้น

เรานั่งBTSไปลงที่สถานเพลินจิต ทางออก5 เดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกไฟแดง เลี้ยวซ้ายลงจากสะพานแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆประมาณ5-10นาที หรือจะนั่งวินมอเตอร์ไซต์ไปก็ได้ 20บาท เราดูนาฬิกาแล้วเลือกนั่งพี่วินดีกว่า
ไปถึงหน้าสถานทูตเวลา7.30น. กำลังดี เขาบอกว่าให้ไปก่อนคิวนัดล่วงหน้าอย่างน้อย15นาที เพราะเจ้าหน้าที่จะเรียกตามคิว แต่วันนี้เขาคงกลัวแถวยาวมั้งเลยเรียกแบบใครมาก่อนได้ก่อน เราไปถึงเห็นมีคนต่อแถวรออยู่หน้าสถานทูตไม่เยอะประมาณ10คนได้ ไม่รอช้าเรารีบเดินไปต่อท้ายแถวทันที 

 รูปภาพ คนที่มาต่อแถวรอสัมภาษณ์วีซ่าหน้าสถานทูตอเมริกา
(http://gogoamerica.com/wp-content/uploads/2013/05/1306773162.jpg)

สักพักจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยถือรายชื่อคนที่มีนัดสัมภาษณ์วีซ่าวันนี้มาแล้วถามหา เอกสารDS160 พาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน(ให้เปิดหน้าที่มีรูปถ่ายให้เจ้าหน้าที่ดู) และบอกเวลานัดสัมภาษณ์ หลังจากนั้นเดินไปหน้าประตู จะมีรปภ.แนะนำให้ปิดโทรศัพท์มือถือและเตรียมบัตรประชาชนไว้สำหรับฝากโทรศัพท์มือถือ ก่อนเข้าไปฝากมือถือด้านในได้ ข้างๆกันจะให้เราวางสัมภาระทั้งหมด รวมทั้งเอกสาร กระเป๋าตังค์ กระเป๋าถือทุกอย่างในกระบะพลาสติกเพื่อสแกน ในจุดนี้หากเราพกอาหารน้ำดื่มอะไรมาด้วย เจ้าหน้าที่จะให้เอาออก ดังนั้นอย่าพกมาดีที่สุด ข้างในมีบริการน้ำดื่ม ส่วนตัวเราก็ถูกสแกนร่างกายเช่นกัน โดยเดินผ่านประตูสแกน และมีเจ้าหน้าที่รปภ.ถือไม้สแกนร่างกายเราอีกรอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อผ่านแล้วจึงไปเอาสัมภาระที่อยู่ในกระบะพลาสติกได้ แล้วก็เดินผ่านประตูเข้าไปด้านในอีก

เราก็เดินตามคนหน้าไปเรื่อยๆ ถึงจุดแรกจะเป็นจุดตรวจเอกสารโดยเจ้าหน้าที่คนไทย เขาจะถามหาใบDS160 เรานี่ยื่นเอกสารทั้งปึ๊งที่เตรียมมาเลย แล้วก็ต้องแกะให้เขาใหม่ เพราะเค้าไม่รับทั้งปึ๊ง เขาเก็บไปเฉพาะใบDS160เฉพาะแผ่นแรก, ใบDS2019, SEVIS receipt, transcript และpassport ใส่แฟ้มใส แล้วถามว่าเคยยื่นJ1มาก่อนไหม ถ้าไม่เคยให้หยิบสมุดเล่มเล็กๆในกล่องไปอ่าน พร้อมกับยื่นแฟ้มใสนั้นกลับมา แล้วให้ไปอ่านป้ายสีเขียวก่อนเข้าประตูไปด้านใน


รูปภาพ สมุดเล่มเล็กที่ระบุสิทธิ และความหมายของวีซ่าชั่วคราวประเภทต่าง ๆ

ป้ายเขียวนั้นเขียนแนะนำว่าให้จดเลข tracking numberที่เราได้รับ(อยู่ในแฟ้มใส)ไว้ เพราะเป็นเลขที่พัสดุที่จะส่งพาสปอร์ตกลับมาให้เรากรณีเราผ่านวีซ่า สามารถนำเลขนี้ไปเช็คในเว็บไปรษณีย์ไทยได้ว่าพัสดุเราถึงไหนแล้ว และห้ามใส่เอกสารอย่างอื่นลงไปในแฟ้มใสเกินจากที่เจ้าหน้าที่ใส่ไว้ให้ เราเลยรีบเก็บเอกสารเยอะแยะที่เตรียมมาลงซองเอกสารทันที กลัวทำปนกัน แล้วก็เดินเข้าประตูไปยังหมายเลข15 ตอนเดินผ่านประตูแอบเห็นคนที่สัมภาษณ์เดินสวนออกมาแล้วก็พูดว่า "วีซ่าไม่ผ่าน" รู้สึกกดดัน แต่คิดว่าเราต้องผ่าน ต้องผ่านให้ได้

ด้านในเป็นห้องเล็กๆ มีช่อง1-15 คล้ายๆช่องขายตั๋วบนBTS มีกระจกกั้นระหว่างเรากับเจ้าหน้าที่ และที่กั้นระหว่างช่อง เราจะมองไม่เห็นคนข้างๆเรา แต่ได้ยินเสียง  แล้วก็มีเชือกกั้นให้เราเดินคดเคี้ยวตามทางไปเรื่อยๆ

ที่ช่อง15แถวยาวมาก แต่จริงๆก็มีเจ้าหน้าที่บริการตั้งแต่11-15 ถ้าของไหนว่างเขาจะเรียกให้เข้าไปยื่นแฟ้มใสนั้นให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่เป็นคนไทยทั้งหมด บางทีเขาอาจจะถามอะไรนิดหน่อย เราก็ตอบไปตามจริง ของเราเขาถามว่าเบอร์โทรศัพท์ปัจจุบันใช่เบอร์นี้หรือเปล่า เราก็ตอบใช่ค่ะ แล้วเขาก็ให้สแกนลายนิ้วมือ เสร็จแล้วจึงไปยังช่องหมายเลข10

ที่ช่องหมายเลข10 เรายื่นบาร์โค้ดที่อยู่บนDS160ให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งสแกน เสร็จแล้วเขาจะบอกให้เราสแกนนิ้วมือขวา4นิ้วติดกัน เจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยได้นะ แต่เราพูดอังกฤษกลับไป55 คือพยายามพูดภาษาอังกฤษจะได้ไม่หลุดตอนสัมภาษณ์ Thank you เสร็จแล้วก็เดินตามทางไปเรื่อยๆไปหยุดตรงช่องสัมภาษณ์

รูปภาพ รอสแกนนิ้วมือกับเจ้าหน้าที่
(http://www.educatepark.com/wp-content/uploads/2011/10/interview-usa-visa.jg)

ช่องสัมภาษณ์จะเป็นช่อง 1-9 เวลาสัมภาษณ์ก็พูดผ่านtelecomที่ติดอยู่ คือเสียงมันดังมาก เราจะได้ยินหมดว่าใครพูดอะไร ได้ยินตั้งแต่ต่อแถวรอสแกนนิ้วอ่า ตอนนั้นสติหลุดไปนิดนึง แต่พี่เอเจนซี่ได้กำชับไว้แล้วว่าให้พยายามมีสติ มองหน้าคนสัมภาษณ์ อย่าไปสนใจว่าช่องข้างๆพูดอะไร ไม่งั้นเราจะหลุดแล้วตอบคำถามคนสัมภาษณ์ไม่ได้ ตอนเราไปช่องสัมภาษณ์เปิดอยู่3ช่อง ช่องแรกเป็นฝรั่งผู้ชายดูใจดี พูดช้า ฟังชัด ช่องกลางเป็นผู้หญิงผิวสี และช่องสุดท้ายเป็นผู้ชายผิวสี ตอนเราต่อแถวสแกนนิ้วเราก็มองๆฟังๆคนอื่นสัมภาษณ์กัน ส่วนใหญ่ก็ผ่านหมดนะ เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์พูดไทยได้ทุกคน แต่ไม่อยากเข้าช่องสุดท้ายเลย เพราะเจ้าหน้าที่หน้าดุ แต่คนที่เข้าช่องนี้ก็ผ่านนะ ถ้าใครขอวีซ่าท่องเที่ยวเขาก็สัมภาษณ์ภาษาไทย ถ้าออแพร์อย่างเราก็สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ


รูปภาพ ขณะสัมภาษณ์วีซ่ากับเจ้าหน้าที่
(http://www.bloggang.com/data/a/amo-i/picture/1448169592.jpg)

เราได้ช่องผู้หญิงผิวสีจ้า เขาทักมาว่าสวัสดี เรารีบตอบไปGood morning พร้อมรอยยิ้มสวยๆ1ที เขามองหน้าแล้วบอก Good morningตอบ หลังจากนั้นคำถามแรกก็ยิงมาทันที
📢จนท. : ?$&@!!$&@ ?
👩เรา : ….. (สตั้นไป3วิ ถามว่าไรนะ แต่จากที่เตรียมซ้อมสัมภาษณ์มา คำถามแรกต้องถามว่าคุณจะไปอเมริกาทำไม หรือไปที่ไหนนี่แหละ แล้วมันwhere หรือ why วะ ? กลั้นใจตอบทั้งwhereและwhy) I want to be an Au Pair in Florida. (จริงๆควรตอบว่า I’ll be an Au Pair in Florida จะดีกว่า)
📢จนท. : in Florida?
👩เรา : Yes (เขาถามว่า where นี่เอง)
📢จนท. : Why do you want to be an Au Pair?
👩เรา : Because I want to get different childcare experience and improve my English skill.
📢จนท. : Do you have childcare experience in Thailand?
👩เรา: Yes, I’m a.................
📢จนท. ?$&@!!$&@host family?$&@!!$&@living?
👩เรา : …. (สตั๊นอีกแล้วจ้า) เอิ่มมม..มม my host..
📢จนท. เห็นเราเอิ่มมมนาน เลยถามอีกรอบ แต่ปากเราไวกว่าเลยชิงตอบก่อน
👩เรา : my host dad is...........and my host mom is..........................
📢จนท. : Excellent. How many children you’ll care?
👩เรา : 1 baby. about 3 months old.
📢จนท. Do you have the small book? Did you read it?
👩เรา: Yes, I have it. It's about my rights when I work there.
📢จนท. : OK. You visa’s approved. We’ll send it to you around 1 week. (พร้อมกับคืน transcript ให้ นอกนั้นเก็บไปหมดเลย)
👩เรา : OK. Thank you so much. เรารีบเก็บใบtranscripts เดินออกมาเลย กลัวเขาเปลี่ยนใจ55
เดินตามทางเดินออกมา ไม่เจอเพื่อนสักคน(เพื่อนมากันตั้งแต่6โมงกว่า) เราแลกมือถือคืน แล้วก็ออกมาด้านนอกรีบเปิดเครื่องแชทหาเพื่อนทันทีว่าต้องทำไรต่อ นี่ผ่านคือเสร็จแล้วจริงๆเหรอ แล้วก็สบายใจได้ เสร็จเรียบร้อยจริงๆ เดี๋ยวเขาจะส่งพาสปอร์ตและวีซ่ากลับมาให้ทางไปรษณีย์ ใช้เวลาทั้งหมด1ชม (7.30-8.30 น.)
ขากลับเดินไปขึ้นBTSเพลินจิตร ก็ไม่ไกลเท่าไรนะ แต่ตอนมารู้สึกไกล+รีบด้วยกลัวไม่ทัน
ตอนนี้ยังตื่นเต้นไม่หายเลย ^^ อเมริกาจ๋ารอก่อนนะ

📌สรุปการสัมภาษณ์วีซ่าออแพร์ อเมริกา📌
  1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
  2. แต่งกายให้เรียบร้อยสุภาพ แต่งหน้าพอควรให้ไม่ดูโทรมจนเกินไป
  3. เอาปากกาไปด้วย ไว้จดเลขพัสดุ
  4. ไปถึงก่อนเวลาสัก 30นาทีกำลังดี
  5. ไม่ต้องเอาสัมภาระไปเยอะ สิ่งของที่ห้ามเอาไปได้แก่ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ (ยกเว้นโทรศัพท์มือถือ1เครื่อง) ของมีคม อาวุธ อาหาร น้ำดื่ม เอากระเป๋าถือไปแค่ใบเดียวก็พอ ซองใส่เอกสารหรือแฟ้มเอาเข้าได้
  6. มีสติจดจ่อกับคนสัมภาษณ์ ตอบแบบมั่นใจฉะฉาน กระชับ ไม่ต้องใส่รายละเอียดมาก แต่ต้องตอบให้ตรงคำถาม หากได้ยินไม่ชัดก็ Sorry, again pleseได้
  7. อย่าลืมอ่านสมุดเล่มเล็กที่เกี่ยวกับสิทธิของเราที่เขาแจกให้มาก่อนสัมภาษณ์ด้วยนะ ก็อ่านคร่าวๆตอนต่อแถวนี่แหละ เดินไปอ่านไป เปิดผ่านๆ ให้พอรู้ เผื่อเขาถาม หากตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ก็บอกว่า sorry, can I explain in Thai?

💬 ตัวอย่างคำถาม-คำตอบ สัมภาษณ์วีซ่าออแพร์อเมริกา เพิ่มเติม คลิกที่นี่

เจ้าหน้าที่ไม่ได้โหดร้ายเหมือนอย่างที่เคยได้ยินมาเลย ค่อนข้างใจดีด้วยซ้ำ เขาจะคอยบอกตลอดว่าไปไหนต่อๆ ถ้าจำไม่ได้ก็เดินตามคนหน้าเลย เราเป็นพวกชอบหลงทิศทาง แล้วมาคนเดียวด้วย เลยจำสีเสื้อผู้ชายคนข้างหน้าที่เค้ามากันเป็นกลุ่มแล้วเดินตามเขาไปเรื่อยๆ  ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ทำตามคนข้างหน้าเลย

ขอให้ทุกคนโชคดีในการสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ