วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ใกล้เดินทางแล้ว ออแพร์จัดกระเป๋าอย่างไรดี

สวัสดีค่ะ หลังจากที่ห่างหายจากการเขียนบล็อคมาสักพักใหญ่ๆ เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมตัวเดินทางและปรับตัวกับชีวิตที่อเมริกาครั้งแรก

วันนี้จะมารีวิวการจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทาง ว่าอะไรควรเอามา หรือไม่เอามา จะได้ไม่พลาดแบบเรา ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อยากขนมาทุกอย่างเลย เพราะบางอย่างถึงที่นี่จะมีขายแต่ก็แพงกว่า และบางครั้งรสชาติก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว

(https://vincentloy.files.wordpress.com/2017/02/midtown-luggage-storage.png)

เราแนะนำว่าขั้นต่ำให้เอากระเป๋ามา 3 ใบค่ะ ประกอบด้วย กระเป๋าสำหรับหิ้วขึ้นเครื่อง 1 ใบถ้าเป็นเป้สะพายหลังจะสะดวกค่ะ เราไม่ชอบหิ้วพะรุงพะรัง แต่ถ้าใครถนัดก็โอเคค่ะ และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้โหลดใต้ท้องเครื่อง 2 ใบกำลังดี ทั้งนี้ให้ดูเงื่อนไขและข้อกำหนดของสนามบินด้วยนะคะว่าจำกัดขนาดและน้ำหนักกระเป๋าเท่าไร โหลดกระเป๋าฟรีไหม หรือต้องเสียค่าโหลดเท่าไร (ส่วนใหญ่เที่ยวบินระหว่างประเทศขามาจากไทยจะให้โหลดกระเป๋าฟรี แต่สายการบินภายในประเทศตอนบินจากtraining school ไปบ้านโฮสต์ ออแพร์จะต้องเสียค่าโหลดกระเป๋าเอง) แล้วก็จดที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของโฮสต์ติดกระเป๋าด้วยนะคะ

และอย่าลืมอัพเดทประกาศจากข่าวทางอเมริกาว่าห้ามเอาอาหารอะไรเข้าประเทศบ้าง ที่https://help.cbp.gov/app/answers/detail/a_id/1272/~/food---general-food  *โดยเฉพาะ ของที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ทั้งที่แปรรูปแล้วหรือยังไม่แปรรูป ผลไม้ที่มีเมล็ด ห้ามนำเข้า เพราะจะโดนปรับหลายพันบาท ถ้าอยากได้ให้ซื้อที่เอเชียนมาร์เก็ต หรือสั่งออนไลน์ที่อเมริกาเอาค่ะ แต่อาหารทะเลเอามาได้  ตอนจะเข้าประเทศต้องเขียนใบ Declaration ด้วย
(https://usa-esta.us//wp-content/uploads/2015/08/form-arrival.jpg)

ช่วงเรามา มิถุนายน 2017 โน้ตบุ้ค แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ใหญ่กว่ามือถือ ไม่อนุญาตให้หิ้วขึ้นเครื่องกรณีบินจากสายการบินอาหรับเข้าสหรัฐอเมริกา แต่อยากเอามา ทำไงดี? สามารถทำได้ 2 วิธีค่ะ คือ
1. โหลดใส่กระเป๋าเดินทาง แต่ต้องแพ็คดีๆนะคะ ของเราไปซื้อพลาสติกกันกระแทกมาจากไปรษณีย์ ซื้อมา 5-6ใบเลยค่ะ ไม่แพง มาห่อๆแล้วพันด้วยเสื้อผ้าของเราอีกทบนึง หรือใครที่ต้องเดินทางไปรัฐที่อากาศหนาวๆมีเสื้อผ้าหนาๆอยู่แล้วก็พันโน้ตบุ๊คไปเลยค่ะ
2. หิ้วขึ้นเครื่องมาก่อน แล้วพอถึงช่วงต่อเครื่องเค้าจะมีบริการแพ็คให้ฟรีและโหลดใต้ท้องเครื่องค่ะ อันนี้ไม่แน่ใจว่าสายการบินไหนมีบริการแบบนี้บ้าง เท่าที่ทราบคือ Qatar airway และ Emirates ค่ะ
ยกตัวอย่างของเรา สายการบิน Qatar airway บินจากไทยมาต่อเครื่องที่โดฮา ประเทศกาตาร์ เราสามารถหิ้วโน้ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ (แม้พนักงานที่สนามบินสุวรรณภูมิจะพยายามบอกว่าไม่ได้ๆ แต่จริงๆมันได้ไง เพราะเช็คกับทางสายการบินแล้ว เพื่อนเราบางคนโชคดีเจอพนักงานรู้จริงก็ให้ผ่านค่ะ บางคนโชคร้ายหน่อย เถียงไม่สำเร็จก็ต้องยัดใส่กระเป๋าเดินทางไป ไม่รับประกันความเสียหายด้วย) เมื่อบินมาถึงโดฮาแล้ว เจ้าหน้าที่ตม.จะถามค่ะว่าใครมีโน้ตบุ๊คหรือกล้องถ่ายรูปไหมให้ไปเข้าคิวแพ็คใส่กล่อง ซึ่งเค้าจะห่อพลาสติกกันกระแทกและใส่ลงกล่อง พร้อมติดป้ายชื่อของเราให้อย่างดีเลยค่ะ แล้วถึงจะให้เราหิ้วไปเข้าตม.ได้ หลังจากนั้นกล่องโน้ตบุ๊คของเราก็จะถูกโหลดไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใต้ท้องเครื่อง เมื่อถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว เราก็ไปรับกล่องใส่โน้ตบุ๊คเราได้พร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน baggage claim ปกติค่ะ ซึ่งวิธีนี้สายการบินรับประกันกรณีโน้ตบุ๊คเราหายด้วย แต่ไม่รับประกันกรณีเสียนะคะ

** แต่หลังจาก 17 กรกฏาคม 2017 ยกเลิกข้อห้ามนี้แล้ว สามารถหิ้วโน้ตบุ๊คได้ปกติตามเดิมค่ะ

สิ่งของที่ควรนำมา

1. กระเป๋า carry-on หิ้วขึ้นเครื่อง จะเป็นเป้สะพายหรือแบบลากก็ตามสะดวก
  1. เอกสารสำคัญ ได้แก่ passport, ใบ DS-2019, ประวัติและที่อยู่ host family, สำเนาเอกสารต่างๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน transcript เผื่อต้องใช้ (ถ่ายไว้ 3-5 ชุดเลย สำรองเก็บไว้ในอิเมล์ และที่บ้านด้วย), ปริ้นท์ไฟลท์บินมาด้วยเผื่อว่าเครื่องดีเลย์หรือมีปัญหาอะไร จะสะดวกกว่ายื่นโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่
  2. กระเป๋าเงิน บัตรต่างๆ ได้แก่ บัตรประชาชน, ใบขับขี่, บัตรเครดิตที่กดเงินต่างประเทศได้
  3. เงิน จริงๆมีคนแนะนำว่าควรพกมาประมาณ 200-300 USD ค่ะ เพราะทำงานอาทิตย์แรกก็ได้เงินเลย กินอยู่กับโฮสต์ แล้วส่วนใหญ่ไมไ่ด้ใช้จ่ายอะไร นอกจากซื้อข้าวเย็นและขนมกินตอนอยู่ Training school และไว้เป็นค่าโหลดกระเป๋าตอนบินไปบ้านโฮสต์ แต่เราพกมา 500 USD ค่ะ เพื่อช้อปปิ้งด้วย แต่ต้องดูแลเงินดีๆนะคะ ระวังหาย แบ่งเก็บหลายๆช่อง เก็บไว้กับตัวด้วย ในกระเป๋าสตางค์ด้วย
  4. เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ สำหรับใส่อาทิตย์แรกเผื่อเที่ยวบิน หรือกระเป๋าเดินทางดีเลย์จะได้มีเสื้อผ้าใส่ เอามาให้หลากหลายด้วยก็ดีนะคะ ที่นี่อากาศแปรปรวนมากค่ะ วันนึงมีสามฤดู
  5. อุปกรณ์อาบน้ำ จำพวกสบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมทาผิว โรลออน ขวดเล็กๆ ไม่เกินขวดละ  100 ml และรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1000 ml
  6. เครื่องสำอางนิดหน่อย โลชั่นและคลีนเซอร์ โฟมล้างหน้าขวดเล็ก หวี ยางรัดผม ไม้พันสำลี
  7. ผ้าขนหนู สำหรับบางเอเจนซี่มีเตรียมไว้ให้ใช้ตอนปฐมนิเทศอยู่แล้ว และที่บ้านโฮสต์ต้องเตรียมให้ เลยไม่ได้เอามา
  8. ปากกา จำเป็นมาก ที่อเมริกานิยมใช้ปากกาดำกัน เอาไว้กรอกใบimmigration และ declaration
  9. โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ หูฟัง ส่วนซิมโฮสต์ส่วนใหญ่จะซื้อให้ตอนมาถึงบ้าน
  10. ยาประจำตัว (แบ่งมานิดหน่อย ที่เหลือใส่กระเป๋าเดินทางไป) ได้แก่ ยาดม อันนี้จำเป็นมาก เพราะนั่งสายการบินแขก กลิ่นตลบอบอวลค่ะ เผื่อเมาเครื่องบินด้วย, พาราเซตามอน มักจะมีอาการปวดหัวกันเพราะนั่งเครื่องบินยาวนานหลายชั่วโมง เจออากาศที่หลากหลายด้วย พักผ่อนไม่เป็นที่ด้วย, ยาประจำตัวอื่นๆ เช่น ยาแก้แพ้ พลาสเตอร์ปิดแผล ยาแก้เมารถเมาเรือ ฯลฯ
  11. เสื้อกันหนาวใส่คลุมมาเลยจะได้ลดน้ำหนักกระเป๋า, หมอนรองคอ สำคัญมาก นั่งเครื่องนาน จะใส่คอขึ้นมาเลยก็ได้ หรือจะห้อยไว้ที่กระเป๋าก็ได้, หมวก แว่นตากันแดด
  12. ขนมเล็กๆน้อยๆ เช่น ลูกอม เผื่อฝากเพื่อนๆออแพร์ชาติอื่นที่เจอตอนปฐมนิเทศ, มาม่า, โจ๊ก เผื่ออาหารที่นี่ไม่ถูกปาก
  13. คอนแทคเลนส์ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ ที่นี่ค่าตรวจสายตา ค่าตัดแว่น คอนแทคเลนส์แพงมากเลย ต้องมีใบสั่งจากแพทย์มาถึงซื้อได้ ควรวัดสายตามาจากไทยให้เรียบร้อย
  14. อื่นๆ เช่น กระดาษทิชชู่ ยางรัดผม กระบอกน้ำเปล่าๆไว้เติมน้ำในสนามบิน
  15. Power bank ห้ามโหลด ให้ถือขึ้นเครื่องเท่านั้น
  16. Notebook, กล้องถ่ายรูป, ไดร์เป่าผม, ปลั๊กพ่วง, หัวเสียบ Universal เพราะที่นี่รูเต้าเสียบไม่เหมือนเมืองไทย และปลั๊กพ่วงต่อกับตัวแปลงปลั๊กอีกทีจะได้สามารถชาร์จอะไรได้หลายอย่างพร้อมกัน  แต่ถ้าเป็นพวกโทรศัพท์ไอโฟนสามารถเสียบปลั๊กที่นี่ได้เลย
* Notebook \ใครไม่อยากเอามาก็ได้ค่ะ มีแต่คนบอกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นี่ถูกและซื้อง่ายมาก (ยกเว้นกล้อง หาซื้อยากหน่อย) สั่งจากAmazonยังได้เลยค่ะ ใครพอมีความรู้หน่อยก็ซื้อมาลงโปรแกรมเองก็ได้ แต่อาจต้องซื้อสติ๊กเกอร์แป้นพิมพ์ภาษาไทยมาติดเพิ่ม และไม่แน่ใจว่าจะเอากลับไปใช้ต่อที่ไทยได้หรือเปล่า เพราะขนาดกำลังไฟฟ้าที่นี่น้อยกว่าที่ไทยค่ะ เครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างไปเสียบที่ไทยอาจระเบิดได้

2. กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง 1-2 ใบ  ควรซื้อที่มีตัวล็อคแบบ TSA เพราะบางครั้งเจ้าหน้าที่สุ่มเปิดตรวจกระเป๋า จะได้ไม่โดนแงะเพราะเขามีกุญแจสำหรับตัวล็อค TSA เวลาตรวจเสร็จเขาจะทิ้งกระดาษnotice of baggage inspectionไว้ในกระเป๋าให้รู้ว่าโดนเปิดตรวจ ขนาดกระเป๋าที่เหมาะสมเราคิดว่าควรเป็นสองใบที่ขนาดต่างกัน หรือถ้า Carry-on เป็นกระเป๋าลากแล้วจะเอาโหลด 2 ใบใหญ่ก็ได้ เผื่อไปเที่ยวในประเทศจะได้มีใบเล็กใช้ ของที่ใส่มาควรเฉลี่ยๆ กระจายๆ ไปทั้งสองกระเป๋า อย่าเอาของอย่างเดียวกันกระจุกที่กระเป๋าใบเดียวกัน โดยเฉพาะอาหาร เผื่อเกิดโดนยึดจะได้เหลือรอดอีกใบนึง
(https://qph.fs.quoracdn.net/main-qimg-5533b8fff6696eb1c46316d2e0886a6f-c)
  1. อาหาร  พวกของแห้งที่ทำกินง่ายๆ ห้ามนำเข้าเมล็ดพันธ์พืชผัก หรือผลไม้ที่มีเมล็ด หรือเนื้อสัตว์ทั้งที่แปรรูปแล้วหรือยังไม่แปรรูป แต่ถ้าเป็นอาหารทะเลแห้งเอามาได้ค่ะ ไม่แนะนำอาหารกระป๋องหรือขวดแก้วเพราะมันหนัก ปริมาณสำหรับพอกิน 1 เดือนแรก โดยเฉพาะคนที่ต้องไปอยู่รัฐไกลๆ ไม่ค่อยมีเอเชียนมาร์เก็ตแถวบ้าน (เสิร์ชดูเอเชียนมาร์เกตแถวบ้านได้จาก yelp) เวลาจะทำเมนูอะไรก็แสนจะลำบาก ขาดนู่นขาดนี่ และช่วงมาแรกๆอาจไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเพราะไม่คุ้นที่ทาง หรือรู้สึกว่าของที่นี่แพง ไม่กล้าซื้อ (แต่อยู่ๆไปจะกลายเป็นนักช้อปโดยไม่รู้ตัว) เหมือนเราเอง เสียใจมากที่เอามานิดเดียว
    • ผงปรุงรส ผงแกง ผงปรุงอาหารต่างๆ เลือกยี่ห้อที่ชอบ ผงชูรสด้วยก็ดี แต่ถ้ามั่นใจในฝีมือก็ไม่ต้อง
    • น้ำพริกต่างๆ และพริกแกง
    • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ผัดหมี่โคราช, โจ๊กซอง
    • ขนมขบเคี้ยว ลูกอม
    • ใครชอบกินเมนูอิสาน ก็อาจจะเอาพวกกะปิ ปลาร้า กุ้งแห้งมาจะดีมาก
    •  เครื่องปรุง ซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำจิ้มสุกี้ น้ำมะขามเปียก(ที่คิดว่าหาไม่ได้ที่นี่)
    • ขนมสำหรับฝากโฮสต์ ของเราเอาเป็นหมี่กรอบ ขนมกลีบลำดวน แล้วก็ปลาหมึกแผ่นมา (อยากนำเสนอความเป็นไทย ฮ่าๆ) จะเอาทุเรียนทอดมาก็กลัวมันแตก ขนาดกลีบลำดวนกล่องยังแตกเลย
    👉 ไอเดียของฝากให้โฮสต์แฟมิลี่
  2. เครื่องแต่งกาย
    - เสื้อผ้า กางเกง เตรียมมาให้หลากหลายสำหรับ 3 ฤดูเลย ปริมาณให้พอสำหรับใส่ 2 อาทิตย์ เน้นกางเกงยีนส์จะสามารถใส่ได้กับเสื้อหลายตัว และเข้ากับสภาพอากาศส่วนใหญ่ กางเกงขาวยาวอยู่บ้าน ใส่ทำงาน
              *ที่นี่เสื้อผ้าลดราคาบ่อยทั้งแบรนด์เนมไม่แบรนด์เนม ราคาไม่แพง แต่อาจเลือกไซส์หรือสไตล์ยากหน่อย บางทีก็ไม่ถูกใจเนื้อผ้า ใครที่คิดว่าไม่ชอบก็ขนมาเองเลย
    - เสื้อกันหนาว เอามา 2-3 ตัว หรือตามสภาพอากาศของรัฐนั้นๆ ค่อยมาหาซื้อเอาที่นี่ เพราะเสื้อกันหนาวเมืองไทยกันไม่ค่อยอยู่ ถ้าใส่ในถุงพลาสติกสุญญากาศจะช่วยกระหยัดพื้นที่ได้มาก แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พับๆเอา มีช่องว่างเล็กๆน้อยๆ ก็ยัดของชิ้นเล็กๆลงไป
    - เสื้อชั้นใน เอามาสำหรับใส่ 1-2 อาทิตย์เลย ยิ่งผู้หญิงหน้าอกเล็กๆ เอามาเยอะๆ เพราะที่นี่หาไซส์เล็กยาก
    - แต่กางเกงในที่นี่หาซื้อง่ายอยู่ มีไซส์สำหรับสาวไทย
    - เสื้อผ้าที่เป็นทางการหรือชุดสุภาพ 1 ชุด เผื่อต้องไปไหนที่เป็นทางการ
    - ชุดสวยหรือชุดกระโปรงสัก 1 ชุด(หรือหลายชุดก็ได้) เผื่อต้องไปเที่ยว/ออกงาน เอาชุดไทยมาด้วยก็ดี
    - ชุดว่ายน้ำ กางเกงขาสั้น เสื้อคลุมชุดว่ายน้ำ สำหรับเล่นน้ำทะเล
    - ถุงเท้าสำหรับใส่สัก 1 อาทิตย์
    - รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบอย่างละคู่ ไม่ต้องเอามาเยอะ ที่นี่ราคาถูกมาก
    - หมวก แว่นตากันแดด
    - ผ้าพันคอ
    - เสื้อกล้าม เสื้อทับ กางเกงซับใน
    - ชุดนอน
    - เครื่องประดับที่ชอบ กิ๊บ ต่างหู ที่คาดผล กำไล ฯลฯ
  3. สบู่ แชมพู ครีมนวด ยาสีฟัน ส่วนใหญ่โฮสต์จะเตรียมให้ จะเตรียมมาเผื่อก็ได้ ที่ควรมีแน่ๆก็คือแปรงสีฟัน และโฟมล้างหน้าที่ใช้ประจำ
  4. ผ้าอนามัยจำเป็นมาก เพราะที่นี่แพง
  5. โลชั่น ครีมทาผิว เครื่องสำอางไม่ต้องมาก ที่นี่หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง ยกเว้นแบรนด์ที่มีเฉพาะ
  6. เครื่องเขียน สมุด
  7. ที่หนีบผม ต้องดูกำลังไฟฟ้าให้ดีว่าสามารถมาใช้กับที่นี่ได้หรือเปล่า ส่วนใหญ่เอามาแล้วจะพบว่ามันร้อนช้ามาก มาซื้อที่นี่เอา ราคาไม่แพง ไดร์เป่าผมสามารถซื้อได้ทั่วไปเลย
  8. หวี ยางรัดผม กิ๊บติดผม ไม้พันสำลี เอามาด้วย จะมาซื้อเพิ่มที่นี่ก็มีขายทั่วไป
  9. ของฝากสำหรับโฮสต์และเด็กๆ ตัวอย่างเช่น ชุดเด็กไทย ผ้าพันคอ กระเป๋าถัก โปสการ์ดสวย ฯลฯ (คลิก ดูไอเดียของฝากสำหรับโฮสต์แฟมิลี่)
  10. ของมีคมต่างๆ ห้าม carry-on ขึ้นเครื่อง ให้โหลดในนี้ เช่น กรรไกรตัดเล็บ แหนบ(ลืมเอาแหนบมาจากเมืองไทย มาซื้อที่นี่เกือบ 3 USD แต่ต้องจำใจซื้อเพราะไม่มีจะใช้)
  11. ยาต่างๆ ได้แก่
    - พาราเซตามอน สำหรับคนที่ไม่ค่อยเจ็บป่วย เอามาไม่ต้องเยอะ เพราะเป็นยาพื้นฐานสามารถหาที่นี่ได้
    - ยาดม ยาหม่อง วิก
    - ยานวดกล้ามเนื้อ
    - ยาฆ่าเชื้อ amoxicillin (จริงๆ ไม่ควรซื้อยาทานเอง แต่ค่ารักษาพยายาลที่นี่ก็แพงเหลือเกิน amoxicillin เป็นยาฆ่าเชื้อเบื้องต้นค่ะ กินครั้งละ 2 เม็ด เช้า-เย็น ติดต่อกันประมาณ 1 อาทิตย์ ถ้าไม่หายต้องทานยาตัวอื่นที่แรงขึ้นไปอีก ควรไปพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรดีกว่าค่ะ ไม่กล้าแนะนำ)
    - ยาฆ่าเชื้อ orfloxacin แก้ท้องเสีย หรือผงถ่าน และผงเกลือแร่
    - ยาลดกรด ยาขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยาธาตุ
    - ยาแก้แพ้
    - เราชอบเจ็บคอร้อนใน ที่บ้านจะชอบให้กินยาขมเม็ดตราใบห่อ เลยเอามาด้วย
    - ยาแก้ปวดประจำเดือน
    - ยาแก้เมารถ เมาเรือ สำหรับคนที่เมา
    - วิตามิน ที่นี่วิตามินหาซื้อง่ายและราคาถูกมาก ไม่ต้องเอามาก็ได้ค่ะ
    - ยารักษาโรคประจำตัว ยาทาสิวสำคัญมากๆ
  12. ผ้าขนหนูคิดว่าโฮสต์มีให้ ไม่ต้องเอามาค่ะ
  13. ถุงตาข่ายซักผ้า และตะกร้าใส่เสื้อผ้าที่เป็นตาข่ายสามารถพับเก็บได้ เหมาะกับเวลาพกไปไหนกางออกมาได้ เพราะคนที่นี่(เท่าที่เห็น)ไม่ค่อยใช้ตะกร้ากัน ชอบกองๆเสื้อผ้าไว้ ถึงเวลาก็เอาเข้าเครื่องซักผ้า แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่ของจำเป็นอะไรมากมาย
  14. อื่นๆ เห็นบางคนพกเตาปิ้งหมูกระทะ ที่ขูดมะละกอมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น